จะรู้ได้อย่างไรว่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G เร็วจริงและครอบคลุมการใช้งานในพื้นที่ของเรา

ทำความรู้จักการทดสอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ความเร็ว 5G ไร้ขีดจำกัดในประเทศไทย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในยุคปัจจุบันนี้เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์สูงมาก และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงก็ได้กลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนกิจกรรมต่าง ๆ ทั่วโลกให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว ทั้งในด้านการทำงาน การศึกษา ความบันเทิง และการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การประชุมทางไกล การรับชมวิดีโอคุณภาพสูง การใช้แอปพลิเคชันคลาวด์ หรือการโอนถ่ายข้อมูลขนาดใหญ่ ความเร็วสูงในการรับส่งข้อมูลจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตยุคดิจิทัล เรียกว่ายิ่งเราสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้มากเท่าไร ก็จะช่วยให้เราสามารถนำหน้าคนอื่นได้มากขึ้นเท่านั้น และหนึ่งในประเภทความเร็วอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในยุคนี้ ก็คือเทคโนโลยี 5G นั่นเอง และถึงแม้ว่าประเทศไทยของเราจะมีอินเทอร์เน็ตความเร็วระดับนี้ไว้ใช้งานแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้จะครอบคลุมทุกพื้นที่อย่างเท่าเทียม เราจึงต้องรู้จักการทดสอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงร่วมด้วย เพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่ของเราและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เราเลือกใช้นั้นครอบคลุมครบถ้วนหรือเปล่า และที่สำคัญคือมีความเร็วที่น่าพอใจหรือไม่ จะได้ไม่ติดขัดและสามารถทำกิจการงานต่าง ๆ ของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง

ไขข้อข้องใจ! เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G คืออะไร และทดสอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่างไรได้บ้าง

เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G คืออะไร เริ่มเข้ามาในไทยตั้งแต่เมื่อไร?

อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ได้ก้าวเข้ามาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วงปลายปี 2563 หรือในช่วงที่กำลังเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 โดยทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ทำการประมูลคลื่นความถี่ 5G ออกไป แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อแผนการขยายโครงข่าย 5G ในช่วงแรก แต่ผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำของประเทศ อาทิ เอไอเอส ทรู และดีแทค ต่างเริ่มนำร่องการให้บริการ 5G ในพื้นที่หลักของกรุงเทพและปริมณฑล รวมถึงเมืองสำคัญอื่น ๆ ทั่วประเทศต่อไป ทำให้ในปัจจุบัน 5G ได้กลายมาเป็นเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหลักของไทยเรียบร้อยแล้ว และด้วยความสามารถในการส่งผ่านข้อมูลที่รวดเร็วกว่า 4G หลายเท่า เทคโนโลยี 5G จึงมีบทบาทสำคัญในทุกธุรกิจของไทย รวมถึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบอัตโนมัติ แอปพลิเคชันด้านสุขภาพ และบริการด้านการแพทย์ เป็นต้น

ข้อดีของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ที่ใคร ๆ ต่างเลือกใช้

ข้อดีหลัก ๆ ของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นเรื่องความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่สูงกว่า 4G หลายเท่า โดยสามารถให้ความเร็วดาวน์โหลดสูงสุดถึง 10 Gbps ซึ่งจะช่วยให้การดาวน์โหลดข้อมูลขนาดใหญ่ การสตรีมวิดีโอคุณภาพสูง และการใช้งานแอปพลิเคชันต่าง ๆ สามารถทำได้อย่างราบรื่นและไร้รอยต่อ อีกทั้งยังช่วยลดเวลาหน่วงในการตอบสนอง (Latency) ที่จะช่วยให้การใช้งานแอปพลิเคชันที่ต้องการการตอบสนองอย่างทันท่วงทีอย่างเกมออนไลน์ และการควบคุมอุปกรณ์จากระยะไกล สามารถทำได้อย่างไร้สะดุด นอกจากนี้ยังรองรับจำนวนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้มากขึ้น ประหยัดพลังงานสำหรับอุปกรณ์ปลายทาง และพร้อมรองรับแอปพลิเคชันและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจที่อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G กลายเป็นตัวเลือกแรก ๆ ของทุกคนในปัจจุบัน

จะรู้ได้อย่างไรว่ามีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ครอบคลุมพื้นที่ของเรา

มาถึงข้อที่หลายคนน่าจะอยากรู้มากที่สุดในตอนนี้แล้ว นั่นคือเราจะรู้ได้อย่างไรว่ามีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ครอบคลุมพื้นที่ของเรา สำหรับวิธีการนั้นก็ง่ายมาก เพียงค้นหาคำว่า “แผนที่ 5G ประเทศไทย” บน Search engine ที่ใช้งานเป็นประจำก็จะพบกับเว็บไซต์ที่แสดงแผนที่ 5G อยู่ โดยวิธีการใช้งานเว็บไซต์เหล่านี้ก็ทำได้ด้วยการเลือกเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ทุกคนใช้อยู่ แล้วขยับแผนที่ไปยังเขตจังหวัดหรือที่อยู่อาศัยของตัวเอง ก็จะเห็นทันทีว่าบริเวณนั้นมีสัญญาณหรือเปล่า หรือถ้าอยากได้ความแน่ชัด การสอบถามกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตโดยตรงก็จะสามารถได้คำตอบทันที

ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G อย่างไรได้บ้าง แล้วค่าต่าง ๆ หมายถึงอะไร

สำหรับการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G นั้นสามารถทำได้แบบเดียวกันกับการตรวจสอบความครอบคลุมเลย คือให้ค้นหาคำว่า “ทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง” บน Search engine ที่ใช้งานเป็นประจำ แล้วคลิกตามที่เว็บไซต์บอก เว็บไซต์เหล่านั้นก็จะเริ่มวัดค่าต่าง ๆ ทันที และเมื่อทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะกับระบบ 5G ที่มีความเร็วสูงนั้น จะมีค่าต่าง ๆ ที่ต้องสังเกตดังนี้

1. ความเร็วดาวน์โหลด (Download Speed): เป็นค่าที่บ่งบอกถึงความเร็วในการรับข้อมูลหรือดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ยิ่งค่าสูงหมายถึงการรับข้อมูลได้เร็ว เช่น ดาวน์โหลดไฟล์ วิดีโอ หรือแอปพลิเคชันจะใช้เวลาน้อยลง ค่าความเร็วดาวน์โหลดของ 5G อาจสูงถึง 1-10 Gbps

2. ความเร็วอัปโหลด (Upload Speed): เป็นค่าที่บ่งบอกถึงความเร็วในการส่งข้อมูลหรืออัปโหลดไปยังอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการใช้งานเช่น วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ อัปโหลดไฟล์ หรือสตรีมวิดีโอสด ค่าความเร็วอัปโหลดของ 5G อาจสูงถึง 1 Gbps

3. เวลาหน่วงการตอบสนอง (Latency): หมายถึงระยะเวลาที่ใช้ในการส่งและรับข้อมูลระหว่างอุปกรณ์และเซิร์ฟเวอร์ ค่าเวลาหน่วงที่ต่ำหมายถึงการตอบสนองที่รวดเร็วของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการใช้งาน เช่น เกม สตรีมมิ่ง AR/VR 5G มีค่าเวลาหน่วงต่ำมาก ประมาณ 1-10 มิลลิวินาที

4. ความผันผวน (Jitter): หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของเวลาหน่วงการตอบสนองในระหว่างการส่งและรับข้อมูลอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับแอปพลิเคชันที่ต้องการความต่อเนื่องในการรับส่งข้อมูล เช่น VoIP และวิดีโอสตรีมมิ่ง ความผันผวนที่ต่ำจะทำให้ประสบการณ์การใช้งานดีขึ้นทั้งหมดนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ความเร็ว 5G ไร้ขีดจำกัดในประเทศไทยที่เรารวบรวมมาฝากทุกคน ส่วนใครที่อยากใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G ให้ดีขึ้นกว่าเก่า JasTel ก็พร้อมให้บริการ เพราะเราคือผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม Data Center บริการอินเทอร์เน็ต Corporate Internet ระบบ network ในองค์กร เช่า Cloud Server ในประเทศและระหว่างประเทศ

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด
Phone: +66 2100 3183 | Email : [email protected]
Facebook Page : https://www.facebook.com/JasTelNetwork/