Category Archives: News

ความต่างระหว่าง Corporate Internet และเน็ตบ้าน

Corporate Internet คืออะไร? ทำไมสำคัญกับบริษัท

Corporate Internet หรือ อินเทอร์เน็ตสำหรับองค์กรหรือบริษัทขนาดต่าง ๆ เป็นบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในองค์กรโดยเฉพาะ เพราะจะเน้นไปที่ความเสถียร ความปลอดภัย และความมีประสิทธิภาพสูง รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตปริมาณมากในเวลาเดียวกัน และการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทผ่านอินเทอร์เน็ต เช่น การใช้งานระบบ ERP การใช้งานระบบ CRM การใช้งานระบบ Cloud การใช้งาน VPN การประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ และโอนถ่ายข้อมูลขนาดใหญ่ ซึ่งต่างจากอินเทอร์เน็ตบ้านทั่วไป ที่มักเน้นความคุ้มค่า เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในบ้าน ซึ่งการใช้เน็ตบ้านแทน Corporate Internet ในบริษัทอาจมีข้อจำกัดและความเสี่ยงบางประการต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัท เช่น ความปลอดภัยที่ต่ำกว่า ความเสี่ยงต่อการรั่วไหลของข้อมูล และอื่น ๆ Corporate Internet จึงเป็นสิ่งจำเป็นและสำคัญในการลงทุนติดตั้งในบริษัทของคุณเพราะการดำเนินธุรกิจนั้น ย่อมขาดสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปไม่ได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องติดต่อเครือข่าย สาขาหรือลูกค้าข้ามพรมแดน Corporate Internet จะทำให้คุณดำเนินกิจการอย่างมั่นใจ และปลอดภัย ในทุกขั้นตอน

Corporate Internet ต่างจากเน็ตบ้านอย่างไรบ้าง

ต่อไปนี้ความต่างระหว่าง Corporate Internet และระบบอินเทอร์เน็ตทั่วไป ที่สะท้อนให้เห็นว่าทำไมองค์กรควรหันมาใช้ Corporate Internet ในสำนักงานของตัวเอง

1.ระดับความปลอดภัย
Corporate Internet มีระดับความปลอดภัยสูงกว่าเน็ตบ้าน เนื่องจากมักมีการใช้มาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น การติดตั้งระบบป้องกันไซเบอร์, การควบคุมการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบุคคลที่มีสิทธิ์เท่านั้นซึ่งมักจะมีการจัดการและควบคุมโดยบริษัทเองหรือผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตระดับองค์กร เช่น การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านพอร์ท WAN (Wide Area Network) หรือ VPN (Virtual Private Network) ซึ่งให้บริการที่มีระดับความปลอดภัยสูงกว่าการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไป ส่วนเน็ตบ้านนั้นจะมีระดับความปลอดภัยที่ต่ำกว่า Corporate Internet เนื่องจากเน็ตบ้านไม่มีการจัดการรักษาความปลอดภัยอย่างเชี่ยวชาญเหมือนในบริษัท ทำให้การเชื่อมต่อเน็ตบ้านในบริษัทอาจเสี่ยงต่อการโจมตีด้านความปลอดภัย เช่น การโจมตีไซเบอร์หรือการแอบดักข้อมูลสำคัญขององค์กร

2.การรับประกันความเสถียร
เน็ตบ้านมักไม่มีการรับประกันความเสถียรภาพของการเชื่อมต่อเหมือน Corporate Internet ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาในการดำเนินงานหากอินเทอร์เน็ตมีปัญหาหรือหยุดทำงาน หรือใช้เวลานานในการติดต่อผู้ให้บริการ ในขณะที่ Corporate Internet นั้นมีการรับประกันความเสถียรภาพของการเชื่อมต่อและพร้อมให้บริการช่วยเหลือหากอินเทอร์เน็ตมีปัญหาหรือหยุดทำงาน

3.ข้อจำกัดในการใช้งาน
เน็ตบ้านอาจมีข้อจำกัดในการใช้งาน เช่น การจำกัดความเร็วในการอัปโหลดและดาวน์โหลดข้อมูล ซึ่งอาจทำให้การทำงานในบริษัทช้าลงหรือไม่สามารถดำเนินไปได้ตามแผนส่วน Corporate Internet นั้นจะให้ความเร็วและประสิทธิภาพสูงกว่าเน็ตบ้าน เนื่องจากมักมีการจัดสรรและควบคุมแบนด์วิดท์ให้เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กร ในขณะที่เน็ตบ้านอาจมีการจำกัดความเร็วและแบนด์วิดท์ในบางกรณี

4.การสนับสนุนและให้บริการ
Corporate Internet มีการสนับสนุนและบริการที่มีระดับมาตรฐานสูงกว่า มีเจ้าหน้าที่ที่พร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง คุณสามารถเข้าถึงการให้บริการและขอความช่วยเหลือได้ทันทีหากสัญญาณอินเทอร์เน็ตมีปัญหา ในขณะที่เน็ตบ้านนั้น ต้องใช้ระยะเวลานานในการติดต่อไปยังผู้ให้บริการเพื่อตรวจเช็คแก้ไขให้สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับมาเป็นดังเดิม

Corporate Internet จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตได้ในโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากคุณกำลังมองหาผู้ให้บริการ Corporate Internet คุณภาพสูง ขอแนะนำ บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด (JasTel) ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม Data Center บริการอินเทอร์เน็ต Corporate Internet ระบบ Network ในองค์กร เช่า Cloud Server ในประเทศและระหว่างประเทศ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตของจัสเทลเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการระดับ Tier-1 IP Transit/ผู้ให้บริการโครงข่าย/Web Hosting/เว็บไซต์ (Content Provider) ระดับสากลชั้นนำของโลกหลายราย โครงข่ายนี้ทำหน้าที่เสมือนเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต จึงเพิ่มความเร็วในการรับ -ส่งข้อมูลทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นโครงข่ายมีความปลอดภัยสูง มีทีมงานดูแลโครงข่ายตลอด 24 ชม. และยังมีโครงข่ายสำรองเพื่อป้องกันผลกระทบจากปัญหาโครงข่ายหลักขัดข้องพร้อมรับประกันความเร็วของการรับ – ส่งข้อมูล ตามที่ตกลงในสัญญาให้บริการ สามารถเปลี่ยนแปลงระดับความเร็วในการเชื่อมต่อเพื่อตอบสนองการเติบโตของธุรกิจได้ตามต้องการ ทำให้การเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ตรวดเร็วเพียงปลายนิ้วสัมผัส

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด
Phone: +66 2100 3183 | Email : [email protected]
Facebook Page : https://www.facebook.com/JasTelNetwork/

JasTel จัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) สร้าง Solar Roof ให้กับบ้านลุงสนิท (ศูนย์พักพิงผู้สูงอายุ) จ.ราชบุรี

บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด (JasTel) ร่วมกับพนักงานบริษัท จัสเทลฯ และกลุ่มบริษัทในเครือ บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) JTS  จัดกิจกรรม CSR เพื่อตอบแทนสังคมและสิ่งแวดล้อม ในโครงการ “JasTel Green Earth by Green Heart”  จัดสร้าง Solar Roof ให้กับบ้านลุงสนิท (ศูนย์พักพิงผู้สูงอายุ) ต.คุ้งกระถิน อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี

ศูนย์พักพิงผู้สูงอายุบ้านลุงสนิท ก่อตั้งโดย ลุงสนิท อาสนะ ปัจจุบันดูแลผู้ป่วย ผู้พิการ และผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้กว่า 100 คน ซึ่งเกือบทั้งหมดไร้ญาติและถูกทอดทิ้ง ทำให้มีค่าใช้จ่ายที่คุณลุงสนิท ต้องแบกรับเองทั้งหมดกว่า 200,000 บาท/เดือน โดยในส่วนของค่าไฟฟ้า มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยกว่าสามหมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งผู้บริหารของ JasTel  ได้เล็งเห็นความสำคัญในการช่วยเหลือผู้สูงอายุในระยะยาวและต่อเนื่อง จึงได้จัดสร้างระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือ Solar Roof ให้กับบ้านลุงสนิทฯ โดยเฟสแรก มูลค่า 276,190 บาท ได้ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จ และส่งมอบให้บ้านลุงสนิทไปเมื่อ 8 สิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา

พร้อมส่งมอบสิ่งของที่ได้รับบริจาคจากผู้บริหาร พนักงานของจัสเทลฯ และกลุ่มบริษัทในเครือ JTS เพื่อเติมเต็มความสุข และขวัญกำลังใจ ให้กับผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และไม่รู้สึกถูกทอดทิ้ง ให้โดดเดี่ยว

ทั้งนี้ JasTel มีแผนที่จะดำเนินการติดตั้งและส่งมอบ Solar Roof ให้บ้านลุงสนิทฯ เฟสต่อๆไปจนจบโครงการ

JasTel ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (TGO)

บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด (JasTel) ผ่านการรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO ตามมาตรฐานและข้อกำหนดขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และได้ผ่านการรับรองเครื่องหมาย Certificate Standard TGO Guidance of the Carbon Footprint for Organization เป็นที่เรียบร้อย

JasTel บริษัทในเครือ บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ (“JTS”) เน้นย้ำและมุ่งมั่นในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยกลุ่มบริษัทได้ตั้งเป้าหมายระยะยาวที่จะบรรลุ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน” ภายในปี 2593 และตั้งเป้าการการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือก๊าซเรือนกระจกสุทธิ ให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2560 นอกจากนี้ JTS Group ยังมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ แทนวิธีการปฏิบัติงานแบบดั้งเดิม และปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการทำงานอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งองค์กร โดยกำหนดแนวทางและแผนการจัดการลดการปล่อยก๊าซตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจให้มีประสิทธิผลสูงสุด

JTS Group มุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนประเทศไทยไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำ โดยเริ่มจากสร้างความตระหนักในหมู่พนักงานเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน

แจ้งเตือน! มิจฉาชีพแอบอ้างชื่อบริษัท

“ เรียน ลูกค้าทุกท่าน

 ด้วยขณะนี้ มีผู้แอบอ้างชื่อ ด้วยการปลอมแปลงอีเมลล์ของพนักงานบริษัท ฯ อันเป็นเท็จ เพื่อให้โอนเงินชำระค่าบริการ ไปยังบัญชีธนาคารอื่น ซึ่งไม่ใช่บัญชีธนาคารของบริษัท ฯ

 บริษัท ฯ ขอเรียนชี้แจ้งว่า บริษัท ฯ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลและการกระทำดังกล่าวทั้งสิ้น และบริษัท ฯ อยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่แอบอ้าง

 บริษัท ฯ ขอเตือนทุกท่านว่าอย่าหลงเชื่อ และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนดำเนินธุรกรรมใด ๆ และบริษัท ฯ ในฐานะผู้เสียหาย ไม่มีความรับผิดหรือต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ในกรณีที่ท่านได้รับการติดต่อจากบุคคคลที่ท่านสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพ หรือพบเห็นการกระทำในลักษณะดังกล่าวข้างต้น ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรงที่ บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด หรือโทร 02 –100-3183

Telehouse จับมือ JasTel มุ่งสู่การเป็นผู้นำการให้บริการโครงข่ายในประเทศไทย

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 28 มีนาคม 2566 – บริษัท เทเลเฮ้าส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Telehouse) หนึ่งในผู้นำด้านการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก จับมือกับ บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด (JasTel) ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม และอินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดในภูมิภาค 

ความร่วมมือของ เทเลเฮ้าส์ และ จัสเทล จะช่วยเพื่อประสิทธิภาพการเข้าถึงข้อมูลทีดียิ่งขึ้นในประเทศไทย การส่งเสริมการเชื่อมต่อระหว่างกัน และการซื้อขายข้อมูล (Data Market) รวมถึงการส่งเสริมการขยายการเติบโตของตลาดในภูมิภาค ความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการจับมือที่ลงตัว โดยใช้ความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายโทรคมนาคมคุณภาพสูงของจัสเทล เข้ากับศูนย์ข้อมูลเทคโนโลยีระดับสูงของเทเลเฮ้าส์

คุณ ธีรศักดิ์ จีรอัศวพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับเทเลเฮ้าส์ ที่เป็นผู้นำด้านดาต้าเซ็นเตอร์ โดยความร่วมมือระยะยาวในครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับการเชื่อมต่อระหว่างกันครอบคลุมทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ผ่านโครงข่ายที่มีเสถียรภาพสูงของจัสเทล” 

ดาต้าเซ็นเตอร์ของเทเลเฮ้าส์ ตั้งอยู่ในใจกลางกรุงเทพฯ ย่านธุรกิจพระราม 9 ซึ่งปัจจุบันตัวอาคารมีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปแล้วกว่า 95% และมีกำหนดจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดดำเนินการในช่วงเดือนพฤษภาคมของปี 2566 นี้ ซึ่งตัวอาคารถูกออกแบบสำหรับให้บริการด้านดาต้าเซ็นเตอร์โดยเฉพาะ มีการเตรียมพร้อมอย่างดีสำหรับการเข้าถึงไฟเบอร์สี่เส้นทางเพื่อมอบการเชื่อมต่อที่มีความเสถียรและรวดเร็ว รวมถึงดึงดูดผู้ให้บริการด้านคอนเทนต์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต อาทิ OTT (over-the-top), ผู้ให้บริการคลาวด์, ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต, System Integrator (SI), ผู้ให้บริการแบบ Managed Service และลูกค้าองค์กรทั้งในและต่างประเทศ ความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะมุ่งส่งเสริมด้านการเชื่อมต่อแล้ว ยังจะมีส่วนช่วยให้เทเลเฮ้าส์ และจัสเทล เร่งการเติบโตของธุรกิจด้านโทรคมนาคมในประเทศไทยอีกด้วย

คุณเคน มิยาชิตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทเลเฮ้าส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับจัสเทล เนื่องจากเรามีเป้าหมายร่วมกันในการส่งเสริมการเชื่อมต่อของเราทั้งในประเทศ และต่างประเทศ และเราเชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้ จะมีส่วนส่งเสริมระบบนิเวศด้านข้อมูลของเราทั้งคู่ให้แข็งแกร่ง ผ่านความเป็นผู้นำด้านเครือข่ายโทรคมนาคมในประเทศไทยของจัสเทล และด้วยการสร้างการเติบโตทางเครือข่ายของเรา เรามุ่งที่จะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในประเทศไทยและภูมิภาคต่อไปในอนาคต

JasTel ร่วมผนึกกำลังสนับสนุน High Speed Internet & Cloud ให้คนไทยฉีดวัคซีน COVID-19 เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน

กลุ่มบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เดินหน้าให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ด้านเทคโนโลยีเชื่อมต่อระบบสารสนเทศไปยังจุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาล ล่าสุด JasTel ผู้ให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมและอินเทอร์เน็ตในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Jasmine Group ร่วมกับโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ตามโครงการ “ฉีดวัคซีน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” ตอกย้ำภารกิจ “หมอพร้อม ธรรมศาสตร์พร้อม เน็ทเวิร์คพร้อม” ณ อาคารยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จุดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ขนาดใหญ่สำหรับประชาชนทั่วไป

คุณชยพงศ์ อภิรมรัตน์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจโครงการ JAS Group กล่าวว่า “การฉีดวัคซีนให้กับคนไทยนับว่าเป็นภารกิจเร่งด่วน ที่จะทำให้เราสามารถหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ได้เร็วที่สุด และจุดบริการฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจนี้  โดย JAS Group ให้การสนับสนุนการทำงานของภาคสาธารณสุขในมิติต่างๆ ภายใต้แนวคิด เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย โดยเฉพาะเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่คนไทยผ่านการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ซึ่งถูกยกเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศ”

“การทำงานของระบบสารสนเทศ ในพื้นที่ยิมเนเซียม 4 มหาวิทยาลัยธรรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นอกเหนือจากการสนับสนุนบริการอินเทอร์เน็ตและระบบคลาวน์คุณภาพสูงแล้ว บริษัทฯ ยังเสริมด้วยจุดบริการ WiFi สร้างความแข็งแกร่งของการทำงานภายในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ ข้อมูลปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่ซับพอร์ตระบบตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้การบริหารจัดการคิวรอในจุดหลักต่างๆ เช่น การลงทะเบียน ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต คัดกรอง ซักประวัติ การสังเกตอาการหลังฉีด มีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยให้การทำงานของทีมแพทย์ พยาบาลและอาสา สมัครเป็นไปด้วยความราบรื่น ปลอดภัย ทั้งแก่ประชาชนผู้เข้ามาใช้บริการฉีดวัคซีนด้วยเช่นกัน” คุณชยพงศ์กล่าวต่อ

JAS Group พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะให้การสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน ฝ่าวิกฤตโรคระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) เพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว

JasTel ลงนามความร่วมมือกับ JCK ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี (TFD) สู่ Smart Industry

 
คุณ ธีรศักดิ์ จีรอัศวพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด (JasTel) บริษัทในเครือ บริษัท จัสมิน เทเลคอม ซิสเต็มส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมทั้งคุณอนุกูล อุบลนุช กรรมการผู้จัดการ และคุณกฤตวัฒน์ เตชะอุบล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JCK) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางโทรคมนาคมภายในนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี (TFD) 1 & 2 และ และคลังสินค้า Green Park 1 บนพื้นที่รวมกว่า 1,100 ไร่ บริเวณติดถนนคู่ขนาดทางหลวงพิเศษ 7 (Motorway) กม.43 อำเภอบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 64 ที่ผ่านมา
 
 
ด้วยการก้าวเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ทำให้เกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงระบบการผลิต โดยนำระบบปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติ (AI) และหุ่นยนต์เข้ามามีส่วนร่วมในส่วนงานต่างๆ ของโรงงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิผล และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมนั้น
 
 
ความร่วมมือระหว่าง JasTel และ JCK ในครั้งนี้ เราจึงมีความตั้งใจปรับปรุงและจัดระเบียบสาย Fiber Optic ให้เกิดความปลอดภัยแก่บุคคลากรและทรัพย์สินของผู้ประกอบการ รวมถึงความสวยงามของทัศนียภาพโดยรวม
ทั้งนี้ JasTel ยังพร้อมส่งเสริมบริการด้านอินเตอร์เน็ต โครงข่ายโทรคมนาคม สนับสนุนเทคโนโลยี IoT (Internet of Things) และ Smart Solution เพื่อเป็นส่วนผลักดันนิคมอุตสาหกรรมทีเอฟดี (TFD) ไปสู่การเป็น Smart Industry ในพื้นที่ EEC อย่างแท้จริง
 

มาตรการแจ้งเตือน (Take Down Notice) บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด

ผู้ใช้บริการที่ประสงค์จะแจ้งเตือนเพื่อให้ระงับการแพร่หลาย หรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมายออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จะต้องติดต่อและยื่นแบบฟอร์มข้อร้องเรียน (Complaint Form) พร้อมเอกสารประกอบต่อเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด เลขที่ 200 ชั้น 7 อาคารจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ทาวเวอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี วันจันทร์-ศุกร์ เวลาทำการ 09.00-17.00 นาฬิกา เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์โดยมีขั้นตอน ดังนี้

Page 1
Page 2
Page 3
Page 4
Page 5

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy) บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด

บริษัท จัสเทล เน็ทเวิรค์ จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน จึงได้จ้ดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้เพื่อแจ้งให้ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงวัตถุประสงค์ของบริษัทในการเก็บและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบริษัทมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จำต้องเก็บรวบรวมใช้และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นและอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย

(1). ข้อมูลส่วนบุคคลคืออะไร

ข้อมูลส่วนบุคคล (ทั่วไป) หมายถึงข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่มียังมีชีวิตอยู่ ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เช่น ชื่อสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลการติดต่อ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (Sensitive Personal Data) หมายถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความละเอียดอ่อน และจำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองและใช้ความระมัดระวังในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลประเภทนี้เป็นพิเศษ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม และข้อมูลชีวภาพ หรือข้อมูลตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด

การประมวลผล (Processing) หมายถึงการดำเนินการหรือชุดการดำเนินการใด ๆ ซึ่งกระทำต่อข้อมูลส่วนบุคคลหรือชุดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการเก็บรวบรวม บันทึก ใช้ เปิดเผย ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล

(2). บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากไหน

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากท่านโดยตรง

โดยทั่วไป บริษัทจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงด้วยวิธีการหนึ่งวิธีการใดต่อไปนี้ :

  • เมื่อท่านติดต่อสอบถามหรือขอรับข้อมูลจากบริษัท
  • เมื่อท่านขอรับบริการ โดยระบุข้อมูลลงในแบบคำสั่งซื้อ ใบสมัครใช้บริการ แบบคำขอใช้บริการ แบบคำขอเพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงบริการ หรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
  • เมื่อท่านได้เข้าร่วมกระบวนการเจรจาทางธุรกิจกับบริษัท
  • เมื่อท่านทำรายการผ่านอุปกรณ์ เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชันของบริษัท เช่น ลงทะเบียนสร้างบัญชีผู้ใช้งาน
  • เมื่อท่านได้ทำแบบสอบถามหรือติดต่อสื่อสารกับบริษัทผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ อีเมล แอปพลิเคชัน สื่อสังคมออนไลน์ หรือพนักงานของบริษัท

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับมาจากหน่วยงาน/บุคคลภายนอก (Third Party)

ภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด บริษัทอาจได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากหน่วยงาน/บุคคลภายนอก เช่น บริษัทในกลุ่มจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนล คู่ค้าหรือพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้รับเหมาหรือผู้ให้บริการรายอื่น หน่วยงานรัฐ หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะ ที่มีสิทธิเปิดเผยข้อมูลของท่านภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติ

เมื่อท่านเข้าใช้บริการของบริษัท บริษัทจะได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอัตโนมัติ เช่น ข้อมูลและพฤติกรรมการใช้บริการ ข้อมูลของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ท่านใช้ติดต่อสื่อสารหรือใช้บริการของบริษัท รวมถึงข้อมูลตำแหน่ง เขตเวลา หมายเลข IP เว็บเบราว์เซอร์ และข้อมูลการสืบค้น ซึ่งรวบรวมผ่านคุกกี้และ/หรือเทคโนโลยีอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน

(3). ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม

บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็นภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบกฎหมายของบริษัทตามที่ได้อธิบายไว้ในส่วนที่ 4 ของนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ โดยสามารถจำแนกจัดกลุ่มประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

ประเภทข้อมูลรายละเอียด
1. ข้อมูลระบุตัวบุคคลข้อมูลใด ๆ ที่ทำให้บริษัทสามารถแยกแยะท่านกับบุคคลอื่นได้โดยตรง เช่น ชื่อสกุล หมายเลขประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง รูปถ่าย ฯลฯ
2. ข้อมูลการติดต่อข้อมูลใด ๆ ที่ทำให้บริษัทสามารถติดต่อสื่อสารกับท่านได้ เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ประวัติการสนทนาระหว่างท่านกับบริษัทฯลฯ
3. ข้อมูลการเงินข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น หมายเลขบัตรเครดิต/เดบิต หมายเลขบัญชีธนาคาร ข้อมูลการทำธุรกรรมชำระเงิน ฯลฯ
4. ข้อมูลด้านเทคนิคข้อมูลใด ๆ ที่บริษัทเก็บรวบรวมโดยอัตโนมัติจากอุปกรณ์ที่ท่านใช้ในการเข้าถึงบริการ เช่น หมายเลขประจำอุปกรณ์ ข้อมูลตำแหน่ง หมายเลข IP Address เขตเวลา (time zone) ประเภทหรือรุ่นอุปกรณ์ เบราว์เซอร์ ระบบปฏิบัติการ หรือข้อมูลระบุตัวตนอื่น ๆ ซึ่งอาจเปิดใช้งานผ่านอุปกรณ์ของท่าน ฯลฯ
5. ข้อมูลการใช้บริการข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของบริษัท เช่น ข้อมูลผลิตภัณฑ์และ/หรือบริการที่มีการสมัครและใช้งาน ข้อมูลกิจกรรมหรือพฤติกรรมการใช้งาน ระยะเวลาและวันที่มีการเข้าสู่ระบบ ข้อมูลการสืบค้น เว็บไซต์ที่ท่านเข้าถึงก่อนที่จะเข้าสู่แพลตฟอร์มหรือเว็บไซต์หรือรายการที่ท่านเข้าชม จำนวนเวลาที่ท่านใช้ในการเข้าชมเว็บไซต์ เนื้อหาที่ท่านชื่นชอบ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกิดจากการใช้บริการของบริษัท

(4). วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย พ.ศ. 2562 และกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยฐานทางกฎหมาย ดังต่อไปนี้

4.1 ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

4.1.1 ฐานสัญญา โดยทั่วไป บริษัทประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามสัญญาที่ท่านเป็นคู่สัญญา รวมถึงเพื่อดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญากับบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ

  • เพื่อให้บริการโทรคมนาคมแก่ท่านในฐานะผู้ใช้บริการ ตลอดจนบริหารจัดการเกี่ยวกับบริการหรือที่เกี่ยวเนื่องกับการให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ
  • เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่านในฐานะผู้ใช้บริการ เช่น แจ้งข้อมูล ประกาศ หรือนำเสนอสิทธิประโยชน์กับท่าน ให้บริการหลังการขาย แก้ไขปัญหาการใช้งานหรือจัดการข้อร้องเรียน ตอบคำถาม รวมถึงการติดต่อสื่อสารใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการของบริษัท
  • เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างผลิตภัณฑ์และบริการจากคู่ค้าหรือผู้รับเหมา
  • เพื่อบริหารจัดการเกี่ยวกับการชำระเงิน เช่น วางใบแจ้งหนี้ รียกเก็บค่าบริการ

4.1.2 ประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมาย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอาจถูกประมวลผลเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท รวมถึงประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบุคคลภายนอกหรือของท่าน เท่าที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวไม่ขัดต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านเกินสมควร ภายใต้วัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อการรักษาความปลอดภัย เช่น ใช้กล้องวงจรปิด (CCTV) ในสถานที่ทำการ ยืนยันพิสูจน์ตัวตน กำหนดบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านควบคุมการเข้าถึง รวมถึงตรวจสอบกิจกรรมที่ไม่พึงประสงค์หรือต้องสงสัย
  • เพื่อติดตามทวงถามหนี้ ฟ้องร้องบังคับคดี หรือดำเนินการทางกฎหมายต่าง ๆ
  • เพื่อการประชาสัมพันธ์ของบริษัทในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ผ่านทางเว็บไซต์หรือสื่อสังคมออนไลน์
  • เพื่อวิเคราะห์การตลาดหรือบริการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงคุณภาพการให้บริการของบริษัท รวมถึงพัฒนาแผนการตลาดและธุรกิจให้ตอบสนองความพึงพอใจสูงสุดของผู้ใช้บริการ

4.1.3 ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย บริษัทอาจจำเป็นต้องนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปประมวลผลเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งของศาล หน่วยของรัฐ หรือหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งรวมถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ (“กสทช.”)

4.1.4 ความยินยอม นอกจากฐานทางกฎหมายข้างต้น บริษัทอาจขอความยินยอมจากท่านในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

  • เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด (marketing) โดยเฉพาะการสื่อสารทางตลาด เช่น นำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ท่านอาจสนใจ รวมถึงจัดทำฐานข้อมูลและใช้ข้อมูลนั้นเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้ท่าน
  • เพื่อศึกษาวิเคราะห์และทำความเข้าใจถึงความต้องการของท่าน สำหรับการพัฒนาปรับปรุงบริการที่ท่านใช้งานให้มี ประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของท่าน

ในการขอความยินยอม บริษัทจะดำเนินการโดยชัดแจ้งและแยกส่วนจากสัญญาหรือเงื่อนไขการให้บริการโทรคมนาคมของบริษัท โดยการแจ้งข้อมูลและขอความยินยอมจะดำเนินการตามแบบวิธีการของบริษัทเป็นคราว ๆ ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ ข้อความสั้น (Short Message Service) เว็บไซต์ ข้อความผ่านอุปกรณ์ ฯลฯ

ในกรณีที่ท่านให้ความยินยอมแก่บริษัท ท่านสามารถยกเลิกหรือถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา โดยผ่านระบบการยกเลิกการรับข้อมูลของบริษัท เว้นแต่การถอนความยินยอมนั้นถูกจำกัดโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

4.1.5 ข้อมูลที่มีความอ่อนไหว บริษัทจะไม่ทำการประมวลผลข้อมูลที่มีความอ่อนไหวของท่าน เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากท่านโดยชัดแจ้ง หรือภายใต้ขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตในกรณีดังต่อไปนี้

  • กรณีเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการให้บริการที่เหมาะสมตามลักษณะพิการทางร่างการ
  • กรณีเป็นการจำเป็นเพื่อพิสูจน์และยืนยันตัวตน
  • กรณีที่ได้รับการยกเว้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

4.2 กรณีฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลมีหลายฐาน

บริษัทอาจใช้ฐานการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ชอบธรรมมากกว่าหนึ่งฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านซึ่งขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในแต่ละกิจกรรมของบริษัทที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ในกรณีที่บริษัทเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างมีนัยสำคัญหรือมีวัตถุประสงค์ใหม่ บริษัทจะดำเนินการแจ้งท่านให้ทราบล่วงหน้าหรือขอความยินยอมจากท่าน แล้วแต่กรณี ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์แต่ละกิจกรรม โดยจะดำเนินการแจ้งหรือขอความยินยอมดังกล่าวผ่านทางวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็บไซต์ บริการข้อความสั้น (SMS) หรือวิธีการอื่นใดที่เหมาะสมตามดุลยพินิจของเรา

4.3 ผลกระทบกรณีที่ท่านปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคล

ในกรณีท่านปฏิเสธการให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัท อาจส่งผลกระทบต่อท่านในการไม่ได้รับการบริการจากบริษัทหรือไม่ได้รับความสะดวกในการรับบริการจากบริษัท หรือไม่ได้รับการปฏิบัติตามสัญญา อีกทั้ง ท่านอาจได้รับความเสียหายหรือเสียโอกาส ตลอดจนอาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติตามกฎหมายใด ๆ ที่ท่านหรือบริษัทต้องปฏิบัติตามได้

(5). การเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจทำการเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เท่าที่จำเป็นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทอาจส่งข้อมูลของท่านไปยังบุคคลดังต่อไปนี้

ผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียด
1. บริษัทในเครือได้แก่ บริษัทในกลุ่ม บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) (JAS Group) และ/หรือ บริษัทจัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) (JTS Group)
2. ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ให้บริการตามสัญญาได้แก่ บุคคลหรือนิติบุคคลใด ๆ ที่บริษัทเป็นคู่สัญญาหรือมีนิติสัมพันธ์ด้วย ไม่ว่าในประเทศหรือต่างประเทศ เช่น ผู้ให้บริการดูแลระบบไอทีและโฮลติ้ง (IT and Hosting) คลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) ผู้ให้บริการเกี่ยวกับระบบการชำระเงิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและโฆษณา ที่ปรึกษาทางธุรกิจ ที่ปรึกษากฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการให้บริการแก่ท่าน
3. หน่วยงานของรัฐได้แก่ หน่วยงานรัฐและหน่วยงานกำกับดูแลต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) คณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (กสมช.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือศาลที่มีเขตอำนาจเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ตามกฎหมายของบริษัท
นอกจากนี้ บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูล เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องของบริษัทตามสัญญาหรือตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายอีกด้วย
4. บุคคลที่สนใจลงทุนในบริษัทได้แก่ บุคคลที่สนใจลงทุนในบริษัท และตัวแทนหรือที่ปรึกษาของบุคคลดังกล่าวในการวิเคราะห์และประเมินข้อมูลในเชิงลึก (due diligence) ไม่ว่าจะเป็นการเข้าลงทุนร่วม การควบรวม การโอนกิจการ หรือการขายธุรกิจหรือทรัพย์สิน ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานกำกับดูแลในเรื่องดังกล่าว

ในบางกรณี บริษัทอาจจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังต่างประเทศ ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจะดำเนินการจัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด

(6). การเก็บรักษาและระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 วิธีการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระบบงานสารสนเทศของบริษัท ซึ่งมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่มีมาตรฐานเพื่อให้ระบบงานสารสนเทศของบริษัทข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความปลอดภัยโดยมีมาตรการดังนี้

  • จัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม ทั้งในทางเทคนิค ทางกายภาพ และทางองค์กร เพื่อป้องกันการเข้าถึง การทำลาย การสูญหาย การเปลี่ยนแปลง หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยไม่ชอบ
  • การควบคุมสิทธิและจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (IDAM) ที่อาจเข้าถึงได้โดยเจ้าหน้าที่หรือพนักงาน
  • จัดการทำลายข้อมูลส่วนบุคคล เมื่อข้อมูลดังกล่าวหมดความจำเป็นหรือพ้นระยะเวลาจัดเก็บรักษา
  • มีกระบวนการจัดการรับมือกับกรณีละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Incident Response Plan) พร้อมมีกระบวนการแจ้งเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายในระยะเวลาและภายใต้เงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

6.2 ระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านยังใช้บริการหรือมีนิติสัมพันธ์อยู่กับบริษัท หรือตลอดระยะเวลาเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือตลอดระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทมีหน้าที่ในการเก็บรักษา ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะกรณีต่อไปนี้

  • กรณีที่มีการใช้บริการอยู่ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านย้อนหลังไม่น้อยกว่า 90 วัน ตลอดเวลาที่มีการใช้บริการ เว้นแต่เป็นการจำเป็นเพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการบริการ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านเท่าที่จำเป็นจนกว่าจะพิจารณาเรื่องร้องเรียนแล้วเสร็จ
  • กรณีสิ้นสุดการใช้บริการ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลของท่านไม่น้อยกว่า 90 วัน นับแต่วันสิ้นสุดการให้บริการ เว้นแต่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านมีความจำเป็นต่อการดำเนินการตามวัตถุประสงค์อื่น ๆ ของบริษัทที่กำหนดไว้ในนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ เช่น กรณีที่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือมีความจำเป็นเพื่อเรียกเก็บค่าบริการที่ค้างชำระ บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้จนกว่าการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของบริษัทจะแล้วเสร็จ

เมื่อพ้นระยะเวลาเก็บรักษา บริษัทจะดำเนินการลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้ โดยปฏิบัติตามขั้นตอนและนโยบายภายในของบริษัท

(7). นโยบายเรื่องคุกกี้ (Cookies)

7.1 Cookies ที่จำเป็น (Required Cookies)

บริษัทใช้งาน Cookies ที่จำเป็นบนเว็บไซต์ของบริษัท ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์ทำงานและสามารถใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ท่านจึงไม่สามารถตั้งค่าเพื่อปิดการใช้งาน Cookies ประเภทนี้ได้

7.2 Cookies เพื่อการทางานของเว็บไซต์ (Functionality Cookies)

บริษัทใช้ Cookies เพื่อพัฒนาการทางานของเว็บไซต์ (Functionality Cookies) ในการจัดเก็บข้อมูลการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ หรือของท่านเพื่อช่วยให้บริษัทสามารถจัดให้มีการบริการที่ดีขึ้น เร็วขึ้น ปลอดภัยขึ้น โดย Cookies ประเภทนี้จะช่วยให้บริษัทจดจำอุปกรณ์หรือเบราว์เซอร์ เพื่อให้บริษัทสามารถจัดทำเนื้อหาให้เหมาะสมกับความสนใจส่วนบุคคลของท่านได้รวดเร็วขึ้น และช่วยให้การบริการและแพลตฟอร์มสะดวกสบายและเป็นประโยชน์ต่อท่านมากขึ้น และในการปิดใช้งาน Cookies ประเภทนี้ ท่านสามารถตั้งค่าอุปกรณ์ของคุณโดยดูวิธีการช่วยเหลือเบราว์เซอร์หรืออุปกรณ์ของท่าน

7.3 Cookies เพื่อการวิเคราะห์ (Analytic cookies)

บริษัทใช้ Analytics Cookies ที่ให้บริการโดยบุคคลภายนอก เพื่อเก็บข้อมูลว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์ของบริษัทมีการใช้งานอย่างไร โดยบริษัทจะจัดทำข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้เป็นข้อมูลนิรนามทั้งหมด (Anonymization) และส่งผ่านไปที่บุคคลภายนอกผู้ซึ่งสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้หรือเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ให้กับบุคคลอื่นที่ประมวลผลข้อมูลให้ตามที่กฎหมายอนุญาต บุคคลภายนอกจะไม่รวมข้อมูลของท่านที่ได้ไปจากเว็บไซต์บริษัทกับข้อมูลที่บุคคลภายนอกมีอยู่แล้ว และในการปิดใช้งาน Cookies ประเภทนี้ ท่านสามารถเลือกปิดการใช้งาน Cookies ลักษณะนี้บนหน้าเว็บไซต์บริษัท

(8). นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ Website อื่น

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ใช้เฉพาะสำหรับการให้บริการและการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทเท่านั้น ในกรณีที่ท่านได้กด link ไปยังเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของบุคคลอื่น หรือใช้บริการของบุคคลอื่น (แม้ผ่านช่องทางในเว็บไซต์ อุปกรณ์ให้บริการ หรือแอปพลิเคชันของบริษัทก็ตาม) ท่านจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ปรากฎในเว็บไซต์นั้น ๆ แยกต่างหากจากของบริษัท

(9). การเปลี่ยนแปลงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะตรวจสอบประสิทธิภาพของนโยบายความเป็นส่วนตัวเป็นประจำ ทั้งนี้ หากมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว การเปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าวจะถูกประกาศหรือตีพิมพ์ไว้บนเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มอื่นของบริษัท

(10). สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิในการดำเนินการภายใต้ขอบเขตที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้กระทำได้ ดังต่อไปนี้

สิทธิเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียด
1. สิทธิเพิกถอนความยินยอมท่านมีสิทธิเพิกถอนความยินยอมที่ท่านให้ความยินยอมกับบริษัทได้ตลอดระยะเวลา โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้นก่อนการเพิกถอนความยินยอมของท่าน
2. สิทธิในการเข้าถึงท่านมีสิทธิในการเข้าถึง และขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน
3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิให้บริษัทแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หรือเพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ให้เป็นปัจจุบัน
4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัททำการลบข้อมูลของท่าน ด้วยเหตุผลบางประการได้
5. สิทธิในการขอให้ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลท่านมีสิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ด้วยเหตุผลบางประการได้
6. สิทธิในการคัดค้านท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ด้วยเหตุผลบางประการได้
7. สิทธิในการขอให้โอนย้ายท่านมีสิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นหรือตัวท่านเอง ด้วยเหตุผลบางประการได้
8. สิทธิในการร้องเรียนท่านมีสิทธิร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีถูกละเมิดสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิความเป็นส่วนตัวต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ในการใช้สิทธิดังกล่าว ท่านสามารถติดต่อยื่นคำร้องต่อบริษัทตามช่องทางการติดต่อข้างล่าง โดยบริษัทจะดำเนินการตามคำขอของท่านตามขอบเขตของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับคำขอจากท่าน ซึ่งหากบริษัทปฏิเสธคำขอของท่าน บริษัทจะให้เหตุผลการปฏิเสธคำขอของท่านด้วย และในกรณีที่บริษัทไม่ดำเนินการตามคำขอของท่าน ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดได้

(11). ช่องทางการติดต่อกับบริษัท

บริษัท จัสเทล เน็ทเวิร์ค จำกัด

สถานที่ติดต่อ :    200 หมู่ 4 ชั้น 7 ตึกจัสมินอินเตอร์เนชันแนล ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด

                        จังหวัดนนทบุรี 11120

ช่องทางติดต่อ :   โทร: 02100 3167  E-mail: [email protected]

ประกาศใช้ วันที่ 4 กันยายน 2566 (ทดแทนประกาศฉบับปี 2549)

กสทช.ขอความร่วมมือ แจ้งระงับข้อความที่ไม่บังควร

กสทช.ขอความร่วมมือ ร่วมกันแจ้งระงับข้อความที่ไม่บังควร หากพบเห็นข้อมูลที่ไม่เหมาะสม โปรดดำเนินการ โดยมีช่องทาง ดังนี้

แจ้ง Link หรือ URL มาที่